ระเบียบมหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี

ระเบียบมหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี ว่าด้วย  เงินค่ากิจกรรมนักศึกษาและค่ากิจกรรมหอพัก  พ.ศ. 2552

ด้วยสมควรปรับปรุงระเบียบมหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานีที่เกี่ยวกับเงินค่ากิจกรรมนักศึกษาและกิจกรรมหอพัก

อาศัยอำนาจตามความในมาตร  18  (2)  พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฎ  พ.ศ.  2547  สภามหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานีในการประชุมครั้งที่  7/2552  เมื่อวันที่  22  กรกฎาคม พ.ศ. 2552  จึงเห็นสมควรให้ออกระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ 1.      ระเบียบนี้เรียกว่า  “ระเบียบมหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี  ว่าด้วยเงินค่ากิจกรรมนักศึกษาและกิจกรรมหอพัก  พ.ศ.  2552”

ข้อ  2.    ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ปีการศึกษา  2552  เป็นต้นไป

ข้อ  3.    ให้ยกเลิกระเบียบมหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี  ว่าด้วยเงินค่ากิจกรรมนักศึกษาและกิจกรรมหอพัก  พ.ศ.  2548  และให้ใช้ระเบียบนี้แทน

ข้อ  4.    ในระเบียบนี้

“มหาวิทยาลัย”     หมายถึง   มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี

“อธิการบดี”          หมายถึง   อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี

“นักศึกษา”            หมายถึง   นักศึกษาภาคปกติและนักศึกษาตามโครงการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน  มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี

“นายกองค์การนักศึกษา”      หมายถึง   นายกองค์การนักศึกษาภาคปกติ  หรือนายกองค์การนักศึกษาตามโครงการจัดการศึกษาเพื่อปวงชนมหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี

“ประธานสภานักศึกษา”       หมายถึง   ประธานสภานักศึกษาภาคปกติหรือนายกองค์การนักศึกษาตามโครงการจัดการศึกษาเพื่อปวงชนมหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี

“หอพักมหาวิทยาลัย”           หมายถึง   หอพักนักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี

“หอพักสมทบ”       หมายถึง   หอพักเอกชนหรือหอพักที่ไม่ใช่หอพักมหาวิทยาลัยที่มีสัญญากับมหาวิทยาลัย   เพื่อให้นักศึกษาเข้าพักภายใต้การกำกับดูแลของมหาวิทยาลัย

ข้อ  5.    เงินค่ากิจกรรมตามระเบียบนี้   ได้แก่

5.1   เงินที่เรียกเก็บจากนักศึกษาตามระเบียบ

5.2   เงินที่มีผู้บริจาคให้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมของนักศึกษา

5.3   เงินที่ได้จากการจัดกรรมของนักศึกษา   องค์การนักศึกษาชุมนุมต่างๆ   หรือหอพักนักศึกษา

5.4   เงินรายได้ที่มหาวิทยาลัยจัดสรรให้เพื่อเป็นเงินค่ากิจกรรมตามระเบียบนี้

5.5   เงินผลประโยชน์ที่เกิดจากค่ากิจกรรมตามระเบียบนี้ เงินค่ากิจกรรมตามระเบียบนี้ไม่ถือเป็นรายได้ของมหาวิทยาลัย

ข้อ  6.    ให้มหาวิทยาลัยเรียกเก็บเงินค่ากิจกรรมของนักศึกษาได้ไม่เกินอัตราต่อไปนี้

6.1   เงินค่ากิจกรรมนักศึกษาภาคเรียนละ 100 บาท

6.2   เงินค่ากิจกรรมหอพัก   สำหรับผู้อาศัยในหอพักมหาวิทยาลัยหรือหอพักสมทบ

ภาคเรียนละ  100  บาท

6.3   เงินค้ากิจกรรมตามโครงการเฉพาะที่ประกาศของมหาวิทยาลัยโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยหรือคณะกรรมการการอำนวยการจัดการศึกษาเพื่อปวงชนและแจ้งให้สภามหาวิทยาลัย

ข้อ  7.   เงินค่ากิจกรรมให้จ่ายได้ในลักษณะดังต่อไปนี้

  • การจัดกิจกรรมต่างๆ ของนักศึกษา
  • การกีฬา
  • พิธีกรรมทางศาสนา
  • งานประจำปีของทางราชการ
  • การสวัสดิการและการกุศล
  • กิจกรรมตามโครงการเฉพาะ

ข้อ  8.   เงินค่ากิจกรรมตามข้อ  6.1  และข้อ  6.2  ให้เรียกเก็บในวันลงทะเบียนรับเข้าศึกษาหรือวันอื่นใดที่มหาวิทยาลัยกำหนด  แต่ต้องไม่เกิน  2  สัปดาห์  นับตั้งแต่วันเปิดเรียน

สำหรับเงินค่ากิจกรรมตามข้อ  6.3   ให้เรียกเก็บตามวันเวลาที่ระบุไว้ในโครงการเฉพาะนั้นๆ

ข้อ  9.   เงินค่ากิจกรรมตามข้อ  6.1  และ  6.2  จะถอนคืนได้ในกรณีที่นักศึกษาของลาออกจากสภาพนักศึกษาของมหาวิทยาลัยหรือหอพักสมทบภายใน  7  วัน   นับตั้งแต่วันเปิดภาคเรียนหรือวันที่มหาวิทยาลัยจัดเข้าพักในห้องพักมหาวิทยาลัยหรือหอพักสมทบแล้วแต่กรณี

ข้อ 10.  ให้อธิการบดีแต่งตั้งคณะกรรมการเงินค่ากิจกรรม   ดังนี้

10.1 คณะกรรมการเงินค่ากิจกรรมนักศึกษา ประกอบด้วย

10.1.1   รองอธิการบดีฝ่ายกิจกรรมนักศึกษา   เป็นประธานกรรมการ

10.1.2   รองคณบดีซึ่งมีหน้าที่ดูแลกิจกรรมนักศึกษาเป็นกรรมการ

10.1.3   ประธานกรรมการสภานักศึกษาและนายกองค์การนักศึกษาเป็นกรรมการ

10.1.4     ผู้อำนวยการกองพัฒนานักศึกษา เป็นกรรมการและเลขานุการ

คณะกรรมการเงินค่ากิจกรรมนักศึกษาข้างต้นอาจแยกเป็นคณะกรรมการสำหรับนักศึกษาภาคปกติและคณะกรรมสำหรับนักศึกษาตามโครงการพิเศษตามที่มหาวิทยาลัยเห็นสมควร

10.2   คณะกรรมการเงินค่ากิจกรรมหอพัก

10.2.1    รองอธิการบดีฝ่ายกิจกรรมนักศึกษา   เป็นประธานกรรมการ

10.2.2    รองคณบดีซึ่งมีหน้าที่ดูแลกิจกรรมหอพักเป็นกรรมการ

10.2.3    ประธานกรรมการหอพักนักศึกษาเป็นกรรมการ

10.2.4    ผู้อำนวยการกองพัฒนานักศึกษา   เป็นกรรมการและเลขานุการ

สำหรับเงินค่ากิจกรรมตามโครงการเฉพาะ  การบริหารจัดการเงิน  ค่ากิจกรรมนักศึกษาให้เป็นไปตามที่ได้กำหนดไว้ในโครงการเฉพาะนั้นๆ

ข้อ  11.   ให้คณะกรรมการเงินค่ากิจกรรมมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการอนุมัติและควบคุมการใช้จ่ายเงินค่ากิจกรรมตามข้อ  6.1  และข้อ  6.2  ให้เป็นไปตามข้อ  7  แห่งระเบียบนี้โดยประหยัด  ทั้งนี้ด้วยวิธีการต่อไปนี้

11.1   องค์การนักศึกษาหรือกรรมการหอพักซึ่งจะเป็นผู้ขอใช้จ่ายเงินค่ากิจกรรมจะต้องเสนอโครงการ   ตลอดจนงบประมาณรายจ่ายที่จำเป็นต้องใช้ในแต่ละโครงการต่อสถาบันนักศึกษาหรือคณะกรรมการหอพักนักศึกษา   เมื่อสภานักศึกษาหรือคณะกรรมการหอพักนักศึกษาให้ความเห็นชอบแล้ว จึงเสนอรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายของโครงการนั้น ให้คณะกรรมการเงินค่ากิจกรรมพิจารณาอนุมัติอีกครั้ง   จึงดำเนินการของเบิกจ่ายได้

11.2   ผู้ที่ทำหน้าที่เบิกจ่ายจะเป็นผู้ที่คณะกรรมการเงินค่ากิจกรรมให้ความเห็นชอบสำหรับวิธีการเบิกจ่ายให้อนุโลมตามระเบียบแบบแผนของทางราชการและมีหลักฐานประกอบการเบิกจ่ายครบถ้วน

11.3   ในกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วนที่สภานักศึกษา  หรือคณะกรรมการหอพัก  ไม่อาจอนุมัติตามวิธีการในข้อ  11.1  ได้  เมื่อนายกองค์การนักศึกษาหรือประธานกรรมการหอพักนักศึกษาเสนอของให้ประธานกรรมการเงินค่ากิจกรรมใช้ดุลยพินิจตามที่เห็นสมควรอนุมัติให้เบิกจ่ายได้ภายในวงเงินไม่เกินครั้งละ  5,000  บาท  แล้วแจ้งให้คณะกรรมการเงินค่ากิจกรรมทราบในโอกาสแรกที่จะทำได้

ข้อ  12   วิธีการเก็บรักษาเงิน  ให้ประธานกรรมการเงินค่ากิจกรรมเบิกเงินค่ากิจกรรมทั้งหมดที่ตนรับผิดชอบจากมหาวิทยาลัย  แล้วนำไปฝากธนาคารพาณิชย์ในนามคณะกรรมการเงินค่ากิจกรรมโดยใช้ชื่อบัญชีว่า  “เงินค่ากิจกรรมนักศึกษาหรืเงินค่ากิจกรรมหอพัก”  แล้วแต่กรณี

ในการถอนเงินจากธนาคารเพื่อใช้จ่ายตามรายการที่คณะกรรมการเงินค่ากิจกรรมอนุมัติไว้แล้วในมีกรรมการอย่างน้อย  2   คน   ลงนามร่วมกัน  โดยต้องเป็นอาจารย์คนหนึ่งและนักศึกษาคนหนึ่ง  ยกเว้นในกรณีที่ไม่มีนักศึกษาเป็นกรรมการร่วมด้วย  ก็ให้อาจารย์เป็นกรรมการอย่างน้อย  2   คน  ลงนามร่วมกัน

ข้อ  13   ให้คณะกรรมการเงินค่ากิจกรรมแต่งตั้งเจ้าหน้าที่การเงิน  การบัญชี  จากเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยตามที่กรรมการเงินค่ากิจกรรมเห็นสมควร  เพื่อทำบัญชีรับจ่ายพร้อมทั้งเก็บรักษาเอกสารหลักฐานต่างๆ  ให้สามารถตรวจสอบได้และเจ้าหน้าที่ดังกล่าวรายงานการใช้จ่ายเงินค่ากิจกรรมพร้อมยอดทั้งหมดค่าทั้งหมดค่าเหลือแต่คณะกรรมการเงินค่ากิจกรรมเป็นประจำ

ข้อ  14.   ให้อธิการบดีแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชีค่ากิจกรรมอย่างน้อยปีละครั้ง

ข้อ  15.   ให้อธิการบดีเป็นผู้รักษาตามระเบียบนี้และมีอำนาจออกคำสั่งหรือประกาศเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ในกรณีมีปัญหาจากการใช้ระเบียบนี้ให้อธิการบดีมีอำนาจตีความและวินิจฉัย

ประกาศ  ณ  วันที่  22  กรกฎาคม  พ.ศ.  2552

(นายผดุงชาติ   สุวรรณวงศ์)

นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี